พาลีสอนน้อง ฉบับความแปลก: ลักษณะเด่นและการสร้างสรรค์วรรณคดีคำสอนล้อเลียน

ชื่อเรื่องพาลีสอนน้อง ฉบับความแปลก: ลักษณะเด่นและการสร้างสรรค์วรรณคดีคำสอนล้อเลียน
ผู้แต่งสหะโรจน์ กิตติมหาเจริญ
อีเมลsaharot.k@rumail.ru.ac.th
ภาควิชาภาษาไทยและภาษาตะวันออก
ประเภทผลงานโครงการวิจัย
รายละเอียด

ชื่อเรื่องวิจัย พาลีสอนน้อง ฉบับความแปลก: ลักษณะเด่นและการสร้างสรรค์วรรณคดี คำสอนล้อเลียน
ชื่อผู้วิจัย สหะโรจน์ กิตติมหาเจริญ
ปีที่วิจัย ๒๕๖๗

งานวิจัยเรื่อง “พาลีสอนน้อง ฉบับความแปลก: ลักษณะเด่นและการสร้างสรรค์วรรณคดีคำสอนล้อเลียน” มีวัตถุประสงค์ที่จะศึกษาเอกสารต้นฉบับเรื่อง พาลีสอนน้อง ๒ ประการคือ ๑. เพื่อศึกษาวรรณคดีเรื่อง พาลีสอนน้อง ฉบับความแปลกในฐานะวรรณคดีคำสอนล้อเลียน และ ๒.เพื่อวิเคราะห์ลักษณะเด่นและการสร้างสรรค์วรรณคดีเรื่อง พาลีสอนน้อง ฉบับความแปลก ผลจากการศึกษาพบว่า พาลีสอนน้อง ฉบับความแปลกหรือจ่าหน้าว่าเปโมราเป็นผู้แต่ง เป็นเอกสารกระดาษฝรั่ง อักษรไทย เส้นพิมพ์ดีด ประวัติสมบัติเดิมของหอสมุด มีเนื้อเรื่องสั้น แม้จะมีการเปิดเรื่องและปิดเรื่องตามวรรณคดีคำสอนต้นแบบเรื่อง พาลีสอนน้อง แต่ก็มีลักษณะการเป็นวรรณคดีคำสอนแบบล้อเลียน เพราะรายละเอียดสาระคำสอนตรงกันข้ามกับ พาลีสอนน้อง วรรณคดีคำสอนต้นแบบ เนื่องจากกล่าวสอนลิงที่หมายถึงสัตว์ไม่ใช่ตัวละครทหารเอกของพระรามให้แสดงพฤติกรรมและการปฏิบัติตนตามสัญชาตญาณของลิงทั่วไป ด้านลักษณะตัวบท พาลีสอนน้อง วรรณคดีคำสอนต้นแบบ มีอยู่ทั้งหมด ๕ ฉบับ แบ่งได้ตามลักษณะคำประพันธ์คำโคลง คำฉันท์ คำกาพย์และคำกลอน สำหรับประวัติของ พาลีสอนน้อง ฉบับคำโคลง เดิมเข้าใจว่าแต่งในสมัยอยุธยาตอนกลาง รัชกาลสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ต่อมาพบว่าแต่งในสมัยอยุธยาตอนปลายและเป็นพระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ พอมาสมัยรัตนโกสินทร์จึงมี พาลีสอนน้อง ฉบับอื่น คือ ฉบับสันนิษฐานว่าเป็นพระนิพนธ์สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมสมเด็จพระปรมานุชิตชิโนรส ฉบับนายนรินทร์ธิเบศร ฉบับพระมหายศรา (พระมหาสุนทรา) ฉบับพระธรรมศาสตร์ (ศุข) ซึ่ง พาลีสอนน้อง ทุกฉบับมีที่มาจากวรรณคดีเรื่อง รามเกียรติ์ ด้านลักษณะตัวบทของ พาลีสอนน้อง ฉบับความแปลก หรือวรรณคดีคำสอนล้อเลียน เป็นวรรณคดีที่มีเนื้อหาขนาดสั้น ลักษณะคำประพันธ์เป็นกาพย์ฉบัง ๑๖ มีจำนวนบท ๒๑ บท สาระคำสอนเป็นการกล่าวสอนลิงให้ประพฤติปฏิบัติตนต่อเจ้านายและต่อผู้อื่นจำนวน ๑๘ ข้อ สมัยที่แต่งสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยพิจารณาจากลักษณะของเอกสารต้นฉบับรวมทั้งประเพณีการสร้างสรรค์วรรณคดีล้อเลียนและความนิยมในการแต่งวรรณคดีล้อเลียนที่เกิดขึ้นในระยะเวลาดังกล่าว เมื่อศึกษาตัวบทเรื่อง พาลีสอนน้อง ฉบับนี้ จะพบว่าผู้แต่งมีความรู้ในพฤติกรรมของสัตว์ สามารถเลียนแบบพฤติกรรมของสัตว์ นอกจากนี้ยังเป็นกวีที่มีความสามารถในการใช้ภาษาแต่งวรรณคดีเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องคำ เช่น คำพื้นหรือคำธรรมดา คำต่างระดับ คำอัพภาส คำซ้อน มีความรู้ด้านกลวิธีการแต่ง เช่น การสัมผัสทั้งสระ พยัญชนะ การตั้งกระสวนคำ ด้านกลวิธีการล้อเลียน กวีได้นำเสนอผ่านกลวิธีการนำเสนอ การใช้ภาษาและคำและผ่านจุดประสงค์ของกวี เมื่อมาเปรียบเทียบ พาลีสอนน้อง ฉบับความแปลกกับงานนิพนธ์อื่นของเปโมรา พบว่าวรรณคดีเรื่อง พาลีสอนน้อง ฉบับความแปลกนี้มีลักษณะการแต่งที่มีความคล้ายคลึงงานนิพนธ์เรื่องอื่นของเปโมรา โดยในงานวิจัยนี้ได้ศึกษาจาก ฉันท์เยาวพจน์ และการล้อคำประพันธ์เก่าจำนวน ๒ บทจะมีลักษณะการนำเสนอกลวิธีการประพันธ์และมุกตลกที่มีลักษณะคล้ายกัน อีกทั้งลักษณะการใช้คำทั้งใน พาลีสอนน้อง ฉบับความแปลกกับงานนิพนธ์อื่นของเปโมราก็พบว่ามีลักษณะที่คล้ายกัน เช่น มีการใช้คำแบบกระสวนคำ มีการใช้คำสัมผัสสระสัมผัสพยัญชนะแบบระหว่างวรรคและแบบชิดคำ มีกลวิธีใช้การพลิกความคาดหมายทำให้ผู้อ่านคาดไม่ถึง และมีการนำเสนอบุคลิกลักษณะของผู้ประพันธ์ที่มีความคล้ายกันคือการเป็นคนช่างสังเกตและการเป็นคนที่เข้าใจธรรมชาติรวมทั้งวิสัยของสัตว์ ดังนั้นงานวิจัยนี้จึงขอเสนอว่าผู้แต่งน่าจะคือเปโมราตามที่เอกสารต้นฉบับได้ระบุไว้ในหน้าต้นเรื่อง ด้านลักษณะเด่นและการสร้างสรรค์ของ พาลีสอนน้อง ฉบับความแปลก พบว่าลักษณะเด่นและการสร้างสรรค์ของวรรณคดีคำสอนล้อเลียนเรื่องนี้มีอยู่ ๓ ประการ คือ การล้อสถานะวรรณคดีคำสอน ทั้งนี้ในวงวรรณคดีไทยยังไม่มีวรรณคดีล้อเลียนเรื่องใดที่นำวรรณคดีคำสอนมาแต่งในเชิงล้อเลียนเช่นนี้ พาลีสอนน้อง ฉบับความแปลกจึงเป็นนวัตกรรมใหม่ที่นำวรรณคดีคำสอนมานำเสนอในรูปแบบล้อเลียน อีกทั้งยังพลิกผันความหมายของคำสอนที่เคยนิยามว่าวรรณคดีคำสอนคือคำสอนที่เป็นอุดมคติ กลายมาเป็นคำสอนที่ไม่เป็นอุดมคติ และอยู่ในรูปแบบของการสอนเช่นเดียวกัน ด้านการแฝงนัยล้อเลียนและเสียดสีชนชั้นจะพบว่า พาลีสอนน้อง ฉบับความแปลกน่าจะเรียบเรียงขึ้นในช่วงที่สังคมไทยกำลังเผชิญกับระบบขุนนางที่มีอำนาจ จนทำให้ต้องมีการเรียบเรียงวรรณคดีคำสอนในเชิงล้อเลียนการประพฤติปฏิบัติตนของขุนนางระดับสูงขึ้นมา ด้านการยั่วล้อกับอำนาจของสถาบันวรรณคดีจะพบว่า พาลีสอนน้อง ฉบับความแปลกกำลังท้าทายอำนาจสถาบันวรรณคดีคือนำวรรณคดีคำสอนราชสำนักมาล้อเลียนทั้งตัวละคร คำสอนและภาษาที่ใช้เรียบเรียง จนทำให้การล้อเลียนวรรณคดีคำสอนราชสำนักนี้เป็นขนบใหม่ในการแต่งวรรณคดีไทยที่เกิดขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และยังไม่มีกวีผู้ใดจะละเมิดวัฒนธรรมวรรณศิลป์เช่นนี้มาก่อน

คำสำคัญ: พาลีสอนน้อง วรรณคดีคำสอน วรรณคดีล้อเลียน เปโมรา

ระดับระดับชาติ
ปีประจำปีงบ 2568
Urlhttps://digital.lib.ru.ac.th/m/b12188864/SaharotKittimahacharoen.pdf
เอกสาร
Ref No
ผู้ชม161

Contact

Faculty of Humanities, Ramkhamhaeng University Ramkhamhaeng Road, Huamark, Bangkapi, Bangkok 10240 Telephone : 02-3108269 , 02-3108281

เราอาจจะเราใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการและปรับปรุงบริการ คุณสามารถเลือกตั้งค่าความยินยอมการใช้คุกกี้ได้ที่ปุ่ม "ตั้งค่าคุกกี้" นโยบายความเป็นส่วนตัว    ยอมรับทั้งหมด